วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ไข่ตุ๋น สาวโสด

 วิธีทำไข่ตุ๋น สาวโสด  

สวัสดีค่ะกลับมาเจอกันอีกแล้วกับบทความสบาย ๆ สไตล์ บ้าน ๆ ของผู้เขียนค่ะ  บทนี้ว่ากันด้วยเรื่องไข่ พูดถึงไข่เนี่ย ทุกคนกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว หลายคนอาจจะบอกว่ากินจนเบื่อ หรือไม่ก็บอกว่าหน้าจะเป็นไข่อยู่แล้วใช่มั้ยคะ  ตัวผู้เขียนเองก็มีอารมณ์ประมาณนั้นเลยค่ะ ยิ่งช่วงกักตัวที่ผ่านมานะ ตุนไข่ไว้พอสมควร  หนีไม่พ้นเมนูฮิตจากไข่ซักมื้อเดียวเลยค่ะ ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ลูกเขย วนอย่างนี้ค่ะทุกวัน  จะไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ กลัวไข่จะเสีย ตุนไว้เยอะ 555  และมีอีกเมนูนึงที่ผู้เขียนทำกินบ่อย เพราะทำง่ายกินง่ายเหมาะกับสมาชิกในบ้าน เพราะมีทั้งคนแก่ที่ใช้ฟันปลอมเคี้ยวของแข็งไม่ได้ และตัวผู้เขียนเองที่ยังใส่เหล็กดัดฟันอยู่จึงต้องกินอาหารที่มันไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากนัก 


เมนูนี้ก็คือไข่ตุ๋น ค่ะ คุณผู้อ่านอาจจะเคยกินมาบ้างแล้วสำหรับเมนูนี้ อาจจะอร่อยมากอร่อยน้อย ก็แล้วแต่คนทำค่ะ  ตัวผู้เขียนเองชอบที่จะทำกินเอง ไม่ต้องซื้อค่ะ มันจะถูกปากถูกรส ของเราเองดีกว่า  ทำกินบ่อยจนคล่อง วันนี้จึงมาบอก วิธีทำไข่ตุ๋นของสาวโสดกันค่ะ  


ก่อนอื่นเราไปดูวัตถุดิบ และเครื่องปรุงกันค่ะ มีอะไรบ้าง 


  1. ไข่ไก่

  2. หัวหอม

  3. ต้นหอม

  4. ซีอิ้วขาว

  5. หมูสับ

  6. น้ำเปล่า

  7. พริกไทยป่น

  8. ผงปรุงรส

  9. น้ำตาลนิดหน่อย


เครื่องปรุง มีไม่เยอะค่ะ 

เรามาดูวิธีทำกันเลยค่ะ ว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง 

วิธีทำ  

ตอกไข่ใส่ชามใบใหญ่ เพื่อที่จะตีไข่ได้สะดวก และตีไข่จนขึ้นฟอง

  1. นำหัวหอมที่ซอยไว้ ใส่ลงไป พร้อมทั้ง ผงปรุงรส ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลนิดหน่อย พริกไทยป่น ตีให้เข้ากัน 

  2. เติมหมูสับลงไป แล้วตีให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำเปล่าลงไป 

  3. น้ำเปล่าตวงให้ได้ 1:1เท่ากับเนื้อไข่ เช่นตอกไข่ใส่ถ้วยตวงหนึ่งถ้วย เราก็ใส่น้ำเปล่าไปหนึ่งถ้วยเช่นกัน ถ้าไม่เติมน้ำไข่ตุ๋นเราจะกระด้าง ไม่อร่อยค่ะ

  4. เมื่อตีเข้ากันดีแล้ว ชิมรสพอดีแล้ว ให้ใส่ลงไปในถ้วยเซรามิก เพื่อที่จะได้นำไปนึ่ง ไม่ควรใช้ถ้วยพลาสติกเด็ดขาด

  5. ตอนนึ่งไข่ เราต้องตั้งน้ำในหม้อซึ้งให้เดือดก่อน จึงจะเอาชั้นรังถึงที่มีไข่ไปวาง วิธีนี้จะทำให้ไข่ตุ๋นขึ้นฟูค่ะ

  6. ใช้เวลาในการนึ่ง 15-20 นาที อยู่ที่ขนาดของถ้วยที่เราใส่ไข่ว่าใหญ่ขนาดไหน ถ้วยเล็กจะสุกเร็วค่ะ 

  7. ก่อนยกลงโรยต้นหอมได้เลยค่ะ จะได้กลิ่นหอมจากต้นหอมดีกว่าใส่ไปพร้อมกับตอนตีไข่ 

ง่าย ๆ แค่นี้เองค่ะ สำหรับวิธีทำไข่ตุ๋นสายโสด


ราคาไข่ตุ๋นที่ผู้เขียนทำ ลองประมาณมาให้แล้วค่ะ  ไข่ 2-3 ฟอง ฟองละ3.5 บาท เป็นเงิน10.5 บาท หมูสับ 20 บาท ต้นหอม 5 บาท เครื่องปรุงรวมกัน 5 บาท รวมแล้ว 40.5 บาท ได้ไข่ตุ๋น 2 ถ้วย กินได้ 2-3 คน ถูกมากกก


รสชาติของไข่ตุ๋น เค็มนิด ๆ หวานหน่อย ๆ มันจากไข่  ได้คุณค่าทางอาหารเพิ่มจากหมูสับด้วย ได้ความหอมจากซีอิ๊วขาว และต้นหอม  ไข่ตุ๋นสายโสด อยู่ในโหมดไหนก็ทำได้ค่ะ กินง่ายละลายในปาก กลืนได้เลยไม่ต้องเคี้ยวก็สามารถกินได้ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินด้วย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยโปรตีน จากไข่และเนื้อหมู หลังจากอ่านจบคุณผู้อ่านลองไปทำกินกันได้เลย ง่าย และ ถูก เตรียมเป็นเมนูมื้อต่อไปได้เลยจ้า


ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันค่ะ แล้วเจอกันใหม่ในบทความต่อไปค่ะ  และติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่ ลิ้งก์ด้านนล่าง👇 


เพจ :Facebook 


ยูทูบ :YouTube


Blockdit :blockdit


เว็บไซต์ :on air channel


Trueid : True


พูดคุย สอบถาม 

Line :line air

_____________________




วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

น้ำยาปู พริกแกงใต้

 น้ำยาปู สูตรพริกแกงใต้

เนื้อปูใคร ๆ ก็รู้ว่าทำอาหารอะไรก็อร่อย ถึงจะมีราคาสูงสักนิด แต่เชื่อเถอะถ้าใครเป็นคนชอบกินปูยังไงก็ยินดีจ่ายค่ะ ตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนนึงที่ชอบกินปู แต่ก็ไม่ได้ชอบแกะปูนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันกินยากกินเย็นเหลือเกินกับการแกะปู แต่ชอบกินปูที่มันแกะไว้แล้วง่ายดี สะดวกในการนำมาทำอาหารด้วย ทั้งข้าวผัดปู กรรเชียงปูผัดผงกะหรี่ และที่ชอบอีกอย่างคือน้ำยาปู และเมนูสุดท้ายนี่แหละที่ผู้เขียนจะนำสูตรแซ่บมาบอกกันค่ะ


ตัวผู้เขียนเองได้ชิมน้ำยาปูครั้งแรก จากฝีมือของญาติที่มาทำให้กิน ตอนมาเยี่ยมบ้านค่ะ ยอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าชอบมาก อร่อยมาก ๆ ความหอมของเนื้อปู ความหอมของเครื่องแกง และความเผ็ดร้อนของเครื่องแกงใต้ ที่ตอนกินแล้วเหงื่อออกนิด ๆ นี่แหละ เด็ดสุด กินได้ทั้งกับขนมจีนเคียงกับผักสดผักดอง ผู้เขียนเองชอบกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หืม ! (เขียนไปน้ำลายไหลไป) ถ้าใครเคยได้กินแล้วคงจะนึกถึงรสชาติได้นะคะ ว่าความแซ่บเผ็ดร้อนของเครื่องแกงใต้เด็ดขนาดไหน และถ้าคนไหนที่ชอบกินน้ำยาปูกับขนมจีน ก็จะมีผักสด เช่นพวกใบแมงลัก ถั่วฝักยาว ถั่วงอก หรือผักกาดดองเป็นเครื่องเคียงนะ เข้ากั๊น เข้ากันค่ะ อร่อยเว่อร์วังเลยค่ะ 


ญาติก็ไม่ได้มาเที่ยว มาทำให้กินได้บ่อยเนาะ อยู่ห่างไกลหลายร้อยกิโล นึกอยากกินก็ต้องหัดทำเองล่ะงานนี้  การหัดทำน้ำยาปูครั้งนี้ ญาติสอนให้ผ่านทางออนไลน์เลยนะคะ เดี๋ยวนี้สะดวก แค่อยากรู้ก็โทรหา แค่อยากเห็นก็ไลน์มา เห็นมะง่ายนิดเดียว แถมได้สูตรที่อร่อยเป๊ะ ๆ ไม่ต้องสุ่มไม่ต้องเดาทำตามได้ทันที เพราะเดี๋ยวนี้หาซื้อวัตถุดิบได้ทุกอย่างในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตตามตู้แช่อาหารทะเลแบบฟิตแข็งมีให้เลือกทุกที่เลยค่ะ เรามาดูกันเลยค่ะว่าวัตถุดิบและเครื่องปรุงน้ำยาปูสูตรเเซ่บมีอะไรกันบ้าง

วัตถุดิบ

  1. เนื้อปู 3 ขีด

  2. พริกแกงใต้ 1 ขีด

  3. มะพร้าวขูดขาว 1 กิโลกรัม

  4. กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ

  5. ใบมะกรูด

  6. เกลือป่น 1.5 ช้อนโต๊ะ

  7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

  • คั้นกะทิแยกน้ำหัวน้ำหางให้ได้อย่างละ 1 ลิตร

  • นำหางกะทิ ตั้งไฟก่อน แล้วใส่พริกแกงลงไปเคี่ยวให้หอม 

  • ใส่เนื้อปูลงไป

  • เติมน้ำตาล เกลือ และกะปิ

  • ใส่หัวกะทิลงไปให้หมด

  • เคี่ยวต่อให้หอม ชิมรสให้พอดีตามที่เราชอบ

  • ก่อนยกลงใส่ใบมะกรูดฉีกลงไป


เป็นอันเสร็จตักใส่ชามกินกับขนมจีนหรือกินกับข้าวสวยร้อนได้เลยค่ะ  น้ำยาปูพริกแกงใต้หม้อนี้ใช้งบไปเท่าไหร่มาคำนวณกันเลยค่ะ 

  • เนื้อปู 3 ขีด 240 บาท

  • มะพร้าว 80 บาท

  • พริกแกง 10 บาท

  • กะปิ น้ำตาล เกลือ 10 บาท

  • ใบมะกรูดต้นข้างบ้าน

  • รวม 340 บาท

น้ำยาปูหม้อนี้กินได้ 3-5 คน เลยค่ะราคาขึ้นอยู่กับเนื้อปูด้วยนะคะ ว่าตอนไปซื้อแต่ละพื้นที่ราคาอาจต่างกันค่ะ  แต่รับรองอร่อยสูตรนี้อร่อยแน่นอนค่ะ เพราะเจ้าของสูตรทำขายอยู่ค่ะ ขอบอกขายดีมาก ขายผ่านออนไลน์ grab food แล้วฟู้ดแพนด้า ด้วยค่ะ ไม่มีหน้าร้าน แต่ขายดีเว่อร์ มันคือการปรับตัวในยุคที่การค้าขายผ่านมือถือเลยค่ะ ใครที่อยู่ในกรุงเทพฯ ลองสั่งมาชิมได้นะคะ เดี๋ยวผู้เขียนจะวางลิงก์ เฟสบุ๊คของพี่เค้าไว้ให้ค่ะ 👇👇👇

://www.facebook.com/profile.php?id=100022903685017



น้ำยาปูพริกแกงใต้ รสชาติเผ็ดร้อนสไตล์อาหารใต้ หวานมันกลมกล่อมจากกะทิคั้นเอง เค็ม หอมกลิ่นกะปินิด ๆ เด็ดสุดตรงเนื้อปู ที่เราสามารถใส่เพิ่มได้อีก ยิ่งได้เนื้อปูแบบก้อน ๆ นะอร่อยลืมชื่อเชียวค่ะ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบหาซื้อได้ใน supermarket ที่มีตู้แช่แข็งอาหารทะเล ราคาไม่สูงจนเกินไปเพราะกินได้หลายคน ทั้งยังได้ความอร่อยที่เราต้องการด้วย อีกอย่างเราได้โชว์ฝีมือในการทำน้ำยาปูด้วยนะ ข้อควรระวังอย่างเดียวของการทำน้ำยาปูคือต้องเลือกเนื้อปูที่สดนะคะไม่มีกลิ่นคาวแรง เลือกร้านที่เราไว้ใจค่ะ รับรองจะได้กินน้ำยาปูสูตรพริกแกงใต้อร่อยสมใจชัวร์ค่ะ


แล้วเจอกันใหม่กับเมนูต่อไปค่ะ thank you 

ติดตามผลงานอื่น ๆ 👇

Blogger

Blockdit

YouTube

fanpage facebook

พูดคุย สอบถาม

Line

Facebook

____________________




ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ

 ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ เมนูเด็ดจากของเหลือ

บางครั้งอาหารแต่ละเมนูที่เราได้มา อาจเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่กลายเป็นเมนูเด็ดไปซะอย่างงั้นก็มี  ผู้เขียนก็เป็นคนนึงที่มักจะได้เมนูเด็ด ๆ จากการใส่ทุกอย่างที่มี หรือ นำของที่เหลือที่เรากินไม่หมดในมื้อก่อนเอามาทำใหม่จนได้เมนูจัดจ้านแบบฟลุ๊ค ๆ ก็บ่อย 


ดังเช่นเมนูนี้ ที่ผู้เขียนดันทำน้ำพริกกะปิเยอะไปหน่อย ทำให้กินไม่หมดในเวลาเดียว แล้วน้ำพริกกะปิเนี่ย ค้างคืนนำมากินซ้ำก็ไม่ค่อยอร่อยด้วยสิ ความหอมของพริก มะนาวมันลดลง ด้วยความเสียดายจึงใส่กระปุกแช่ตู้เย็นไว้ก่อน เดี๋ยวนอนคิดก่อนว่าทำอะไรต่อได้บ้าง 555   นอนนึกขึ้นได้ว่ามีกุ้งแช่อยู่ในตู้เย็นนี่ ถ้าเอากุ้งมาผัดกับกะปิ แบบที่ผัดกับสะตอก็น่าจะอร่อย นอนหลับแล้วพรุ่งนี้จัดการ 


ค้นทุกอย่างมารวมกันในตอนเช้า กุ้งเหลือนิดเดียว ต้องเปลี่ยนแผนเปลี่ยนเมนูด่วน จึงปิ๊งขึ้นมาได้ว่าถ้าเราเอาข้าวใส่แบบข้าวคลุกกะปิล่ะจะเป็นงัย  ลงมือทำ ณ บัดนาวได้ลองดัดแปลงเมนูใหม่อีกแล้ว เริ่มต้นจากน้ำพริกที่กินไม่หมด จนได้เมนูข้าวผัดน้ำพริกกะปิรสชาติเด็ดดวงอย่าบอกใครเชียวค่ะ


ตามผู้เขียนมาดูว่าใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง 

  1. ข้าวเปล่า 1 จาน

  2. น้ำพริกกะปิรสจัด เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม

  3. กุ้งแกะเปลือก 

  4. น้ำมันพืช

  5. กระเทียมสับ

เครื่องปรุงมีนิดเดียว

วิธีทำค่ะ

  • นำกระเทียมเจียวกับน้ำมันให้หอม นำกุ้งลงไปผัดแค่พอสะดุ้งไฟ ตักออกพักไว้ก่อน ไม่ต้องให้สุกมากนะคะ เดี๋ยวเนื้อกุ้งจะแข็งไม่อร่อย

  • นำน้ำพริกลงไปผัดในน้ำมันแล้วใส่ข้าวตามลงไปเลยค่ะ 

  • บี้ข้าวให้แตก คลุกให้น้ำพริกเข้ากับข้าวให้ทั่วกัน 

  • ชิมรส ถ้ายังไม่พอดีก็เติมน้ำปลาลงไปอีกได้ แต่ของผู้เขียนไม่ต้องเติมเลยพอดีเป๊ะ

  • ก่อนยกลงเอากุ้งลงไปผัดกับข้าว แล้วยกลงเลย กุ้งจะสุกพอดี

  • เสร็จแล้วยกลงตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ พร้อมกินได้เลย ง่ายมากขอบอก 



ผู้เขียนจะมาบอกเทคนิคการจัดจานยังไงให้ดููน่ากิน และดูยังไงกุ้งก็ตัวโต้โต แม้กุ้งที่เราใส่ไปอาจไม่ได้ตัวโตดั่งเห็นในภาพก็ตาม แต่เราใช้เทคนิคการจัดจานง่าย ๆ แบบนี้มาใช้ค่ะ 

  • ขั้นแรกเมื่อผัดข้าวเสร็จแล้ว ให้นำกุ้งมาวางเรียงใว้ที่ก้นถ้วย

  • แล้วนำข้าวใส่ทับกุ้งลงไป

  • นำถ้วยที่ใส่ข้าวจนแน่น ไปคว่ำใส่จานอีกที พอคว่ำถ้วยกุ้งก็จะอยู่ด้านบนสุด ทำให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น และแลดูตัวกุ้งใหญ่ด้วยค่ะ

  • ด้วยเป็นข้าวผัดจากน้ำพริกกะปิ จึงกินกับผักเครื่องเคียงได้เป็นอย่างดี 

  • จัดจานแบบนี้ใช้ผักในสวนข้างบ้านจัดเรียงลงไปเลยค่ะ ด้วยความสด ยังไงก็สวยค่ะขอบอก


ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ เมนูจากของเหลือ ที่ทำง่ายอร่อยด้วย รสชาติเด็ดดวง ด้วยรสเผ็ดหอมจากพริกขี้หนูสวน รสเปรี้ยวจากมะนาวที่ใช้ทำน้ำพริก รสหวานที่อยู่ในน้ำพริกอีกเช่นกัน และรสเค็มจากกะปิ ตัวชูโรงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกลิ่นหอมของกะปิดี และความเด้งดึ๋งของเนื้อกุ้งที่ผัดได้ที่พอดี จะบอกว่าเป็นข้าวผัดน้ำพริกกะปิที่อร่อยมว๊ากกกกก  คนไหนที่ไม่กินกะปิ ก็เบ้ปากมองบนไปก่อนเลยค่ะ  สำหรับคนที่กินกะปิอยากบอกให้ลองเลยค่ะอร่อยชัวร์  (ระวังจะติดใจ)  เตือนแล้วนะ


ติดตามผลงานอื่น ๆ 👇

Blogger

Blockdit

fanpage facebook

YouTube

Trueid

ทักทายพูดคุย


Line

Facebook

____________________

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ข้าวเหนียวเปียกลำไย

 ข้าวเหนียวเปียกลำไย ทำง่ายอร่อยด้วย 

ช่วงเดือนสิงหาคม ของทุกปี เป็นฤดูที่ลำไย ออกมาเยอะมากกว่าช่วงอื่น ทำให้ได้กินลำไยในราคาที่ถูก และเลือก พันธุ์ เลือกขนาดของลูกลำไย ได้ตามชอบใจเชียวค่ะ  ผู้เขียนเองก็เป็นคนนึงที่ชอบกินลำไย แต่เชื่อมั้ย ไม่เคยนำลำไยมาแปลรูป หรือทำอาหารอย่างอื่นเลย เพราะซื้อมาก็แกะกินหมดเดี๋ยวนั้นเลย  แบบว่าไม่ทันจะคิดเอาไปทำก็หมดซะแล้วว่างั้นเถอะ 


แต่ด้วยความตั้งใจ อยากกินข้าวเหนียวเปียกลำไย และอยากลองฝีมือตัวเองด้วยว่าทำเป็นมั้ย เพราะไม่เคยทำเลย จัดสิคะรออะไร ด้วยความที่ลำไยเยอะมาก จึงไปเลือกซื้อมา ได้หลายกิโลเลยค่ะ จึงลองแบ่งมาแกะคว้านเมล็ดออกเพื่อที่จะนำมาทำขนม  เอาจริง ๆ นะการทำข้าวเหนียวเปียกลำไย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผู้เขียนจริง ๆ ค่ะ แม้แต่การคว้านเม็ดลำไยก็หัดทำเป็นครั้งแรกเหมือนกัน  เริ่มแรกด้วยความไม่รู้เทคนิคในการคว้านเม็ด ใช้มีดผ่าครึ่งแล้วแกะเม็ดออก สรุปว่าเละมากค่ะ ไม่น่ากินทำยากด้วย มันลื่นจับยากไม่เป็นที่น่าพอใจ


 จึงลองหาวิธีใหม่ ด้วยการใช้แค่ด้ามช้อนกินข้าวเราแค่นั้นเอง ง่ายมาก เร็วด้วย สวยน่ากิน แล้วไม่ต้องกลัวมีดบาดมือด้วยค่ะ



แล้วคุณผู้อ่านเชื่อมั้ย เทคนิค ง่าย ๆ แบบนี้หาง่ายในโซเชียลอีกเช่นเคยค่ะ มันดีอย่างนี้นี่เองโลกออนไลน์ง่ายแค่คลิก 555 


เรามาดูกันดีกว่าว่าการทำข้าวเหนียวเปียกลำไย ครั้งแรกของผู้เขียน ต้องใช้วัตถุดิบ อะไรบ้าง   

  1. ข้าวเหนียวดิบ ใหม่ด้วยนะ 100 กรัม

  2. ลำไยแกะคว้านเม็ดออก เอาเฉพาะเนื้อ 150-200 กรัม 

  3. น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม

  4. ใบเตย 3 ใบ

  5. หัวกะทิ 300 มิลลิลิตร

  6. เกลือป่น ครึ่งช้อนชา 

  7. แป้งท้าวยายม่อม 1.5 ช้อนโต๊ะ ถ้าไม่มีแป้งท้าว ให้ใช้แป้งข้าวเจ้าแทนได้ค่ะ

  8. น้ำเปล่า 1.5 ลิตร


เรามาดูวิธีทำกันเลยว่ามี เทคนิคอะไรบ้างที่จะทำให้ข้าวเหนียวเปียกลำไยอร่อยล้ำเลิศกว่าใคร ☺️

  • นำข้าวเหนียวล้างน้ำให้สะอาด ถ้าเป็นข้าวเหนียวใหม่ไม่ต้องแช่น้ำ แต่ถ้าเป็นข้าวเก่านิดนึง แช่น้ำทิ้งไว้สัก 6 ชั่วโมง 

  • นำข้าวที่ล้างแล้วไปต้มกับน้ำเปล่า จนกว่าข้าวจะสุก ขณะต้มต้องคนตลอด เพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อแล้วใหม้ ขั้นตอนนี้ใส่ใบเตยลงไปต้มด้วยนะคะ ข้าวจะได้หอมกลิ่นใบเตย

  • เมื่อข้าวสุกดีแล้ว ใส่น้ำตาลลงไป คนต่อให้ละลาย 

  • แล้วนำ ลำไยที่เตรียมไว้ใส่ลงไปคนต่อให้พอเดือดแล้วยกลงไม่ต้องเคี่ยวนานนะคะ เดี๋ยวลำไยไม่กรอบ


วิธีทำน้ำกะทิสำหรับราดหน้าข้าวเหนียวเปียกลำไย

  • นำหัวกะทิใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน  ละลายแป้งท้าว หรือแป้งข้าวเจ้าที่เตรียมไว้กับน้ำเปล่าก่อน แล้วค่อยเทใส่ ในหม้อหัวกะทิ

  • เติมเกลือป่นลงไป

  • นำใบเตยใส่ไปกับน้ำกะทิ ก็ได้ค่ะตอนตั้งไฟ จะได้กลิ่นหอมใบเตย

  • คนตลอดนะคะ อย่าปล่อยให้กะทิแตกมัน แค่พอเดือดปุด ๆ แล้วยกลงได้เลย

  • เสร็จแล้วก็ตักข้าวเหนียวเปียกลำไย ใส่ถ้วย แล้วราดด้วย กะทิที่เราทำไว้ พร้อมเสิร์ฟ พร้อมกินได้เลยค่ะ


ง่ายมาก กับขนมข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนาดผู้เขียนหัดทำครั้งแรกยังผ่านเลยค่ะ ถ้าทำตามขั้นตอนนี้รับรอง ได้กินของอร่อยชัวร์ ค่ะ  

" แอบบอกเคล็ดไม่ลับค่ะ " ตอนทำกะทิราดหน้า ขอแนะนำว่าให้ใช้กะทิกล่องแบบ อบควันเทียนค่ะ จะได้ความหอมละมุนลงตัวมาก ๆ กับกลิ่นของลำไย มันเป็นความหอมของขนมไทยอย่างแท้จริงจากกลิ่นกะทิอบควันเทียนเลยค่ะ


เรามาดูราคาข้าวเหนียวเปียกลำไย หม้อนี้ดีกว่าว่า อยู่ที่เท่าไหร่ คำนวณแบบคร่าว ๆ นะคะ 

  • ข้าวเหนียว 4 บาท

  • ลำไย 6 บาท

  • น้ำตาล 4.50 บาท

  • กะทิ 28 บาท

  • แป้งท้าว + เกลือ 2 บาท

  • รวมแล้ว 44.50 บาท กินได้ 3-4 คน  ถูกมากกกกก อร่อยด้วยเพราะเราทำเอง


ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมทำง่าย ด้วยผลไม้ตามฤดูกาล รสชาติ หวาน หอม ด้วยลำไย มีความมันละมุนลิ้นด้วยหัวกะทิ ที่มาพร้อมกับความหอมของควันเทียน ตัดด้วยรสเค็ม นิด ๆ จากน้ำกะทิราดหน้า เนื้อลำไยที่เราใส่เป็นลูก ๆ ทำให้ได้เคี้ยว ฟินสุดค่ะ  ลองเถอะแล้วจะติดใจ  แล้วจะบอกว่า มาลำไยกับฉันหน่อยเถอะ 😄😄😄


การทำอาหารก็คืองานศิลปะอีกอย่างนึง และถ้าการถ่ายภาพอาหารที่เราทำมันก็คืองานศิลปะอีกอย่างนึงเช่นกันล่ะ  ภาพถ่ายจะสื่อทุกอย่างออกมาได้ดี ถ้ามีเทคนิคของแต่ละช๊อต   งานศิลป์ก็ควรคู่กันคนที่มีจินตนาการ  รับถ่ายภาพ รับถ่ายและตัดต่อวิดีโอ ตกแต่งภาพ 

📸 🎥📱📲⭐✨🌟✴️✨


ทักทายพูดคุย

Line

Facebook


ผลงานอื่น ๆ 

Blogger

Blockdit

Trueid

fanpage facebook

YouTube

____________________

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ผัดเผ็ดปลาดุกกรอบ

 ผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบ 

ปลาดุกเป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด  เป็นปลาที่มีเมือกที่ผิวเยอะ จึงทำให้มีกลิ่นคาว เมื่อนำมาทำอาหาร  จึงต้องล้างให้ดีและผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนทำอาหาร  แต่ก็อีกนั่นแหละ ก็ยังมิวายที่มี เมือกคาวอยู่ จึงทำให้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักกับเมือกคาวของปลาดุก  


แต่ด้วยความชอบรสชาติของเนื้อปลาดุก ผู้เขียนจึงหาวิธีที่จะทำยังไงให้กำจัดกลิ่นคาวออกไปเมื่อนำมาทำอาหารและอร่อยด้วย ผู้เขียนจึงทดลองด้วยวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผล ด้วยการนำลงไปทอดก่อน  เพื่อทำให้เมือก คาวของปลาดุกมันหายไปกับการทอด  ขอบอกว่าเป็นการทดลองที่ได้ผลเกินคาด เพราะนอกจากปลาดุกจะไม่คาวแล้ว ปลาดุก คงเป็นชิ้นที่สวยไม่หลุดลุ่ยแตกง่าย และได้กลิ่นหอมจากการทอด คือดีอ่ะ

ถ้าพูดถึงรสชาติของปลาดุกผัดเผ็ดเนี่ย ต้องนึกถึงรสเผ็ดหอมเครื่องแกงก่อนเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าพริกแกงเผ็ดของไทยเรามันมีแต่สมุนไพรหอม ๆ ทั้งนั้น เหมาะกับผัดเผ็ดปลาดุกอย่างยิ่ง เพราะช่วยดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี  และรสชาติต่อมาคือ รสหวานค่ะ เผ็ดแล้ว ตามด้วยหวาน และเค็มตามมาจึงจะอร่อย  คือ เผ็ด หวาน เค็ม และหอม ถึงจะอร่อยแซ่บครบรส ความหอมที่ได้จากปลาที่ทอดแล้ว  จาก เครื่องแกง จากใบกระเพรา หรือถ้าชอบกลิ่นของใบมะกรูดอีกอย่างก็ใส่ลงไปได้เลยจ้า 


มาดูวัตถุดิบ และเครื่องปรุงกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ที่จะทำผัดเผ็ดปลาดุกจานนี้ให้อร่อย

  1. ปลาดุกหั่นชิ้น

  2. พริกแกงเผ็ด

  3. น้ำปลา

  4. น้ำตาล

  5. น้ำมันสำหรับผัด

  6. น้ำมันสำหรับทอด

  7. ใบกระเพรา

  8. ใบมะกรูด

  9. ผงปรุงรส 

  10. น้ำเปล่า

วิธีทำค่ะ

  1. น้ำปลาดุกหั่นชิ้นที่เราเตรียมไว้ นำมาทอดให้เหลืองพักสะเด็ดน้ำมันเตรียมไว้ก่อน 

  2. นำเครื่องแกงมาผัดกับน้ำมันให้หอมขึ้นจมูก  ค่อย ๆ เติมน้ำ และปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และผงปรุงรส ให้ได้รสพอดีตามที่เราชอบ 

  3. เมื่อปรุงรสได้ที่แล้ว ให้นำ ปลาที่ทอดเตรียมไว้ ใบกระเพรา ใบมะกรูด ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แบบเร็ว ๆ ใช้ไฟ อ่อน ถึงปานกลาง แล้วรีบปิดไฟ ยกลงตักใส่จาน 

  4. เราจะไม่ผัดนาน และจะไม่ผัดปลาพร้อมเครื่องแกงในตอนแรก  เพราะจะทำให้ปลาทอดไม่กรอบ หรือเละไม่เป็นชิ้น ทำให้ไม่น่ากินค่ะ 


ต้นทุนอาหารจานนี้ใช้ไปเท่าไหร่ มาคำนวณกันค่ะ 

  • ปลา 1 ตัว 30 บาท 

  • พริกแกง 10 บาท

  • น้ำปลา + น้ำตาล + ผงปรุงรส + น้ำมันผัด 10 บาท

  • น้ำมันสำหรับทอด 20 บาท 

  • ใบกระเพรา ใบมะกรูด ต้นข้างบ้าน

  • รวมแล้ว 70 บาท  แต่ได้จานใหญ่ อร่อยเวอร์วังเชียวค่ะ


แค่เทคนิคง่าย ๆ ในขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ เราก็จะได้ผัดเผ็ดปลาดุก อาหารจานแซ่บ ที่น่าตาดีทั้งสีสัน และชิ้นปลาที่น่ากินไว้ ขึ้นโต๊ะ คู่กับข้าวหอมร้อน ๆ หรือข้าวเหนียวอุ่น ๆ สักปั้นก็เอาอยู่ แล้วค่ะ สำหรับมื้อนั้น อาจจะเป็นมื้อที่ทำให้อารมณ์ดีไปตลอดทั้งวันก็ได้ค่ะ เพราะได้กินของอร่อยที่เราทำเอง   ลองเอาไปทำกันดูนะคะ  อ่อ !ท้ายนี้ฝากไว้ อย่าทอดปลาจนแห้งกรอบเกินไปนะคะ เวลาผัดเครื่องแกงจะไม่ซึมเข้าเนื้อปลาค่ะ เดี๋ยวความอร่อยจะลดน้อยลง บอกไว้ค่ะ


ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่ 👇


fanpage facebook

YouTube

Blockdit

Blogger

Trueid

พูดคุย

Line

Facebook 

____________________

รีวิว พรีมาแคป-1000

เกิดเป็นหญิงแท้จริงนั้นลำบาก คำพูดนี้เป็นเรื่องจริงอยู่มากทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะวันนั้นของเดือน ทั้งหงุดหงิด ทั้งเลอะเทอะเฉอะแฉะ ไม่สบายตัว ถ้า...